วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553

การดูแลบ้าน...ให้ดูดี





ขั้นตอนที่ 1 สภาพแวดล้อมของบ้าน ฝุ่นละออง แสงสว่าง ความร้อนและความชื้นทั้งหมดนี้ล้วนมีผลกระทบต่อสภาพของการตกแต่งในบ้าน ถ้าไม่ระวังข้าวของต่าง ๆ มีสิทธิ์ที่จะเสื่อมสภาพไปได้เหมือนกันเช่น แสงแดดที่มากเกินไปมักเป็นอันตรายต่อวัสดุตามธรรมชาติทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นไม้ ผ้า สีย้อมตามธรรมชาติทุกชนิดและกระดาษ จึงควรหลีกเลี่ยงพยายามไม่ให้ภาพวาด เฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือผ้าม่านสวย ๆ ต้องถูแสงแดดโดยตรง โดยการหามู่ลี่มาปิดกันแสงไว้เสีย



ขั้นตอนที่ 2 สัตว์นำโรคและแมลง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม คงเป็นเรื่องยากที่จะหลีกหนีบรรดาสัตว์นำโรคต่าง ๆเช่น หนู แมลงสาบ แมลงกินผ้า มด ยุง วิธีหนึ่งที่พอจะรับมือกับบรรดาสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็คือ การหมั่นดูดฝุ่นและทำความสะอาดบริเวณเหล่านี้ให้ดี หมั่นตรวจสอบไปรอบ ๆ บ้าน เมื่อพบเจออะไรที่ผิดปกติก็ควรรีบหาทางแก้ไขเสียแต่เนิ่น ๆ แต่การกำจัดแมลงหรือสัตว์ในบ้านบางชนิด อาจต้องใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย หากสุดความสามารถจริง ๆ แล้วก็อาจต้องพึ่งบริษัทกำจัดแมลง




ขั้นตอนที่ 3 ดูแลของเก่าในบ้าน สิ่งที่เป็นศัตรูสำหรับของเก่าก็คือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งมีหลักง่าย ๆ ว่าอย่าให้อากาศโดยรอบแห้งจนเกินไป อย่าให้ถูกแสงแดดตรง ๆ โดยตั้งไว้ในที่ที่จะถูกกระทบได้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะโดนคนหรือของตกแต่งชิ้นอื่น และเคลื่อนย้ายหรือจับต้องอย่างเบามือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับของที่บอบบางหรือแตกได้



ขั้นตอนที่ 4 เฟอร์นิเจอร์ไม้ ควรจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ถูกที่ โดยไม่ให้อยู่ใกล้แหล่งความร้อนหรือตั้งบนพื้นที่เปียกชื้นแต่ควรตั้งในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และมีอุณหภูมิของอากาศที่ค่อนข้างคงที่ ถึงแม้จะเป็นไม้เก่าแค่ไหนก็ต้องระวังเรื่องแสงสว่างให้มาก อย่าให้ถูกแสงแดด แสงสปอตไลท์ และแสงจากโคมไฟโดยตรง รอยขีดข่วนของข้าวของที่วางบนเฟอร์นิเจอร์ไม้และรอยหยดน้ำต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนมีผลต่อความงามของเนื้อไม้ทั้งสิ้น ทางที่ดีควรจัดหาแผ่นรองแก้วและสิ่งของอื่น ๆ เพื่อไม่ให้สัมผัสกับพื้นผิวของไม้โดยตรง และปัดฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้แมลงมาเจาะกินอาศัยเนื้อไม้ได้

ขั้นตอนที่ 5 ภาพวาด ทั้งภาพสีน้ำและสีน้ำมัน ซึ่งจะมีองค์ประกอบของภาพจำพวกไม้ ผ้าใบ สีฝุ่น น้ำมันเคลือบเงา ล้วนเปลี่ยนแปลงได้ตามอุณหภูมิที่ขึ้นลง ภาพสวย ๆ อาจจะหด งอ บิดเบี้ยวหรือแตกได้ ถ้าได้รับความร้อนมากเกินไป เพราะฉะนั้นควรแขวนภาพไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทดี ไม่ควรใช้มือจับพื้นผิวของภาพโดยตรงและหากจะทำการเคลื่อนย้ายภาพไปไหน ๆ ก็ควรห่อด้วยวัสดุกันกระแทกหรืออะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้ภาพได้รับความกระทบกระเทือนมากนัก

การสร้างบ้านให้เย็นสบาย



การปลูกสร้างบ้านไม่ให้ร้อน


เตรียมวางแผนสร้างบ้าน ให้อยู่สบาย-ประหยัดพลังงาน-ค่าใช้จ่าย

การสร้างบ้านที่ดี ควรวางแผนการก่อสร้างให้รัดกุม รวมถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัด การสร้างบ้านในปัจจุบันจึงมีการนำเทคนิคการก่อสร้างๆ มาใช้ในการก่อสร้างบ้านให้ประหยัดพลังงานและประหยัดค่าใช้จ่าย

การใช้ฉนวนกันความร้อนรอบ ๆ ตัวบ้าน ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าในบ้านโดยสร้างเกาะป้องกันความร้อนในส่วนต่าง ๆ ของตัวบ้าน ดังนี้

1. ติดตั้งฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา
2. พ่นละอองน้ำบนหลังคา เพื่อลดอุณหภูมิหลังคา ทำให้บ้านเย็น
3. ติดตั้งช่องระบายอากาศใต้หลังคา
4. ใช้ผนังที่ออกแบบมาเพื่อกันความร้อนจากภายนอก
5. ใช้พื้นที่ติดฉนวนเพื่อป้องกันความร้อนจากด้านล่าง
6. ใช้กระจกตัดแสง
7. ใช้ประตูที่มีการเสริมฉนวนกันความร้อน
หลักการสร้างบ้านให้เย็น
การจะทำให้บ้านเย็นนั้น จะต้องมีการสร้างเกราะป้องกันความร้อนด้วยฉนวนกันความร้อนรอบ ๆ ตัวบ้านก่อน โดยมีวิธีป้องกันความร้อนจากภายนอกในส่วนต่าง ๆ ของบ้าน ดังนี้
หลังคา ติดตั้งระบบพ่นฝอยละอองน้ำหลังคา ระบบนี้จะมีอุปกรณ์พ่นฝอยละอองน้ำอยู่เหนือหลังคา เมื่อแดดร้อนสามารถเปิดระบบให้พ่นฝอยละอองน้ำ ซึ่งการระเหยของน้ำจะช่วยดูดความร้อนจากแผ่นมุงหลังคาให้เย็นลงได้ทำให้บ้านเย็น ซึ่งมีผู้วิจัยพบว่าจะช่วยลดอุณหภูมิหลังคาจาก 60-65 องศาเซลเชียสได้ถึง 23 องศาเซลเซียส ช่องใต้หลังคา เพื่อระบายความร้อนจากแผ่นหลังคาออกไปโดยการทำช่องระบายอากาศใต้ชายคา หรือที่จั่วหลังคาหรือติดตั้งเครื่องระบบระบายกาศโดยอาศัยพลังลมที่หลังคา
เลือกสีหลังคา ให้เลือกใช้วัสดุมุงหลังคาที่มีสีขาวหรือสีอ่อน เพราะจะช่วยสะท้อนความร้อนได้มากกว่าสีดำหรือสีเข้มถึง 30-80% หรือเคลือบหลังคาด้วยสีซีรามิกจะช่วยสะท้อนความร้อน ทำให้ลดอุณหภูมิหลังคาจาก 60 องศาเซลเซียส ลงไปถึง 30-40 องศาเซลเซียส แต่การใช้สีซีรามิก จะต้องทำความสะอาดฝุ่นบนหลังคาเสมอ เพื่อคงปริสิทธิภาพการสะท้อนความร้อน แต่ถ้าเลือกใช้กระเบื้องโมเนีย เป็นวัสดุมุงหลังคาแล้ว เจ้าของบ้านไม่ควรทาสีซีรามิกอีก
ฉนวนกันความร้อน ใช้อะลูมิเนียมฟลอยด์มุงใต้หลังคาสามารถสะท้อนความร้อนได้ 90% ช่วยกันความร้อนจากช่องใต้หลังคาสู่อีกห้อง แต่ต้องระวังเรื่องฝุ่นที่จะมาเกาะตามผิวหน้าแผ่นอะลูมิเนียมฟลอยด์ เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพลดลง เช่น ใยแก้ว เยื่อกระดาษ EPS
พื้น เรามักจะไม่สนใจเรื่องการติดตั้งฉนวนที่พื้น ปกติบ้านจะมีหลายห้อง ห้องบางห้องจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เช่น ห้องนอนชั้นบน ถ้าพื้นห้องที่ติดเครื่องปรับอากาศไม่มีฉนวน ความเย็นจากห้องที่ปรับอากาศก็จะหนีหายไป ทำให้ห้องไม่เย็นหรือเปลืองค่าไฟฟ้า
ดังนั้น ควรเลือกใช้พื้นเป็นคอนกรีต ที่มีโพรงอากาศอยู่ภายใน เพราะอากาศในที่ปิดล้อมจะมีคุณสมบัติขึ้นเป็นฉนวนที่ดี จึงป้องกันความร้อนผ่านทางพื้นได้ดีกว่าบ้านอื่นทั่วไป หรือปูใต้พื้นด้วยฉนวนก็จะช่วยได้มาก
ผนัง มีส่วนในการนำความร้อนเข้ามาในบ้านได้มาก การเลือกใช้ผนังที่มีการออกแบบเพื่อป้องกันความร้อน จะทำให้บ้านลดการใช้พลังงานได้มากขึ้น เช่น ผนัง Steelcon ที่มีการออกแบบให้มีฉนวนตรงกลางระหว่างชั้นคอนกรีตเสริมเหล็กภายนอก 2 ชั้น มีประสิทธิภาพดีกว่าผนังอิฐมอญ 10 เท่า ดีกว่าอิฐมวลเบา 3 เท่า และยังแข็งแรงกว่า 2-3 เท่า เพราะเป็นผนังชนิดเดียวที่เสริมเหล็ก

แนะนำตัวเองครับ



ผมชื่อ นายฉัตรพล กิติลาภ


รหัสประจำตัวนิสิต 51010311053


เรียนอยู่ที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์


สาขา วิศวกรรมโยธา


มหาวิทยาลัยมหาสารคาม